เอางานเก่ามาโพสอีกแล้วค่ะ งานนี้ส่งครูในวิชากิจกรรม ม ต้น สังกัดกิจกรรมสรรสร้างงานเขียน (เป็น 1/5 เรื่องสั้นที่แต่งไว้ค่ะ 55+
มาอัพแบบขี้เกียจๆ ก่อนกลิ้งจากไป
จะเอาไปลงที่ไหนกรุณามีเครดิตติดไปน่อ (แหม...คงมีคนเอาไปลงอยู่ล่ะแก -*-)
เรื่อง : หนูน้อยหมวกแดงภาคพิสดาร
โดย : นานานิรนาม (iamnana)
---------------------
หนูน้อยหมวกแดงภาคพิสดาร
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้วจนแทบจำไม่ได้ เสี้ยวหนึ่งของความทรงจำอันเลือนรางได้กล่าวถึงหนูน้อยหมวกแดง - เธอเป็นเด็กหญิงผมสีทองตรงสวย ใบหน้างามเหมือนตุ๊กตาที่ประณีตหรูหราราวกับของขวัญที่พระเจ้าได้บรรจงสร้างลงมา
ชื่อที่ชาวบ้านเรียกเธอว่าหนูน้อยหมวกแดงมาจากเธอชอบใส่เสื้อผ้าสีแดงเถือกๆ รวมถึงฮู้ดสีแดงเถือกตัดกับผิวขาวนวลเนียนของเธอ ยังดีที่พระเจ้าสร้างเธอมาด้วยสีผิวขาวเนียนสวย ไม่งั้นเธอคงได้เป็นอีกาคาบพริกมากกว่า
และวันหนึ่ง ยายของเธอที่ไม่รู้ว่าทำไมต้องไปอยู่ในกระท่อมชายป่านั้นก็ไม่สบาย และไม่รู้ว่าแม่ของเธอได้รับเอสเอ็มเอสบอกมาตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณแม่จึงบรรจงทำอาหารอร่อยๆสุดฝีมือใส่ตะกร้าปิกนิกและมอบหมายหน้าที่ให้ลูกสาวที่เหมือนกับตุ๊กตากระเบื้องชิ้นงามของเธอ
“ลูกจงนำตะกร้าอาหารไปให้คุณยายท่านที่ชายป่า ระหว่างทางอย่าแวะเล่นเรื่อยเปื่อยที่ไหนนะลูก เดี๋ยวจะค่ำเสียก่อน แล้วอย่าไปเที่ยวฆ่าใครเล่นด้วยล่ะลูก”
หนูน้อยหมวกแดงรับคำ เดินออกจากบ้านหลังเล็กเข้าสู่ป่าด้วยเหตุผลอันไร้สาระสิ้นดีสำหรับการปล่อยลูกสาวตัวเล็กๆเข้าไปผจญอันตรายเพื่อส่งตะกร้าอาหารให้คุณยาย!!!
หนูน้อยหมวกแดงเดินเข้าไปในป่า ระหว่างทางนั้นก็ต้องเป็นไปตามท้องเรื่อง ..... เธอแวะเล่นเรื่อยเปื่อยตามเคยที่ต้องฝ่าฝืนคำสั่งเพื่อให้เรื่องมีจุดหักเหบ้างตามกฎของนักภาษาชาวญี่ปุ่นนามอะมีโนโอเคงิบัญญัติบรรทัดฐานเอาไว้
เธอเห็นไก่ฟ้าตัวหนึ่งเดินอยู่ สวยมาก เด็กหญิงคว้ามีดสปาต้าออกจากที่ซ่อนในกระโปรงแล้วย่องช้าๆไปสู่เป้าหมายที่น่าอร่อยตัวนี้ แต่ก่อนที่เธอจะร่ายวิชามีดบินลี้น้อยไม่เคยพลาดเป้าแล้ว เจ้าไก่ฟ้าจอมเจ้าปัญหาก็วิ่งหนีไปก่อน
ด้วยความโมโหหิว เธอจึงไล่ตามไก่ฟ้าไป แต่ไล่ตามไม่ทัน หนูน้อยหมวกแดงเหนื่อยมากจึงนั่งพักที่ขอนไม้ใหญ่
กลิ่นหอมๆของดอกไม้จากตัวเธอไปโชยเข้าจมูกเจ้าหมาป่าสีน้ำตาล มันมองเห็นเธอแล้ว อาหารอันโอชา - ด้วยความเจ้าเล่ห์เหลือร้ายของหมาป่าจึงวางแผน เดินย่องเข้าไปถามหนูน้อยหมวกแดงทันที
“สวัสดีจ๊ะหนูน้อย หนูมาทำอะไรในป่าจ๊ะ” เจ้าหมาป่าสีน้ำตาลถาม นัยน์ตาของมันจ้องหนูน้อยไม่วางตา ซ่อนกงเล็บไว้ภายใต้ความใจดี
เด็กนี่ตัวโตกว่าเจ้าไก่โรดรันเนอร์นั่นเยอะ เราจะกินเธอเสียให้ได้ในวันนี้ หมาป่าคิด
“มาเอาของไปให้ยายค่ะ” เธอกล่าวตอบฉะฉาน
หนูน้อยหมวกแดงซ่อนมีดสปาต้าไว้ ส่งยิ้มหวานให้เจ้าหมาป่าสีน้ำตาลตัวโตกว่าเจ้าไก่ฟ้าที่เธอไล่ตามอยู่เมื่อกี้ หากได้กินเสียคงจะหายเหนื่อยแน่ๆ
สายตาเจ้าเล่ห์ของทั้งสองซ่อนไว้ในความไม่รู้ประสีประสา แต่ก่อนที่ฝ่ายใดก็ตามจะได้ลงมือห้ำหั่นระหว่างหมาป่าโรคจิตและสาวน้อยซาดิสม์ที่คิดว่าต้องเลือดสาดกันไปข้างแล้ว พลันมีลูกธนูทองคำลึกลับพุ่งผ่านแมกไม้เข้ามา
หนูน้อยหมวกแดงรู้สึกถึงบางสิ่งที่พุ่งผ่านอากาศ เธอเอี้ยวตัวหลบสิ่งนั้น ลูกธนูทองคำยาวราวๆหนึ่งเมตรก็พุ่งไปปักเจ้าหมาป่าดวงซวยที่อยู่ข้างๆทะลุไปเสียบต้นไม้อีกต้น เลือดสีแดงของมันสาดกระจาย ร่างชักกระตุก ตาเหลือกด้วยความตกใจ มันยังไม่ตาย แต่พบกับความทรมานแสนสาหัส
หนูน้อยหมวกแดงยิ้มน้อยๆ เลียเลือดหมาป่าที่กระเซ็นมาเปรอะบนมือด้วยความเสียดายก่อนแสยะยิ้มมองเจ้าหมาป่าอย่างน่ารักน่าชัง
“น่าสงสารจัง ชักกระตุกแบบนี้น่าสงสารจัง หนูน้อยหมวกแดงจะทำให้แกสบายเองนะ” เธอพูด หยิบมีดสปาต้าออกมา แตก่อนที่เธอจะได้ช่วยให้เจ้าหมาป่าไปสบายนั้น เจ้าของธนูก็ปรากฏกายเสียก่อน
“เธอเป็นอะไรรึเปล่า” คนแปลกหน้าถามเธอ หนูน้อยหมวกแดงยิ้มใส ใบหน้าขาวนวลนั้นมีเลือดหมาป่าที่กระเซ็นเปรอะแก้มสีชมพูของเธอดูตื่นกลัว - มองหน้าคนแปลกหน้าผู้เป็นราชนิกูลร่างน้อย
“ไม่เป็นไรหรอก ขอบคุณที่ช่วยชีวิตเรา” หนูน้อยหมวกแดงพูด เจ้าหมาป่ากระอักเลือดอีกครั้งราวกับมันพยายามถ่ายทอดออกมาว่าใครกันที่เป็นฝ่ายต้องถูกช่วยชีวิต... เจ้าชายมองไปที่ร่างหมาป่านั้น
“การล่าสัตว์เป็นเรื่องความบันเทิงของเราน่ะ” เจ้าชายน้อยกล่าว ฝีมือธนูของเขาดูค่อนข้างช่ำชอง หนูน้อยหมวกแดงมองธนูทองคำอาบเลือดที่ปักอยู่บนตัวของหมาป่า(ที่ยังถึกไม่ยอมตายเสียที)
“ธนูนี่สวยจัง ขอให้เราได้ไหม” เด็กหญิงถาม แววตาของเธอไม่มีอะไรเคลือบแฝง เจ้าชายน้อยพยักหน้ารับเป็นคำตอบ
“แล้วเธอจะเอามันออกมายังไงล่ะ”
เด็กหญิงยิ้มให้กับเจ้าหมาป่าที่สติใกล้จะหลุดลอยเต็มที่ เธอกระชากเอาธนูที่ปักต้นไม้และหมาป่าออกด้วยแรงมหาศาลที่พระเจ้าประทานให้พร้อมกับความงาม (แต่คงทรงลืมประธานความเมตตามาให้)
เจ้าหมาป่าเบิกตาโพลงก่อนที่จะสิ้นใจลง เลือดสีแดงไหลทะลักออกมาพร้อมกับลำไส้ที่ถูกธนูเกี่ยวไว้ กลิ่นคาวเลือดโชยคละคลุ้งแต่ไม่มีปัญหาสำหรับหนูน้อยหมวกแดงอำมหิต หมาป่าทรุดลงสิ้นใจในทันที เจ้าชายน้อยเห็นแล้วก็ไม่ทรงแปลกใจอะไรนักหนา
“ว่าแต่เธอจะไปไหน ทำไมถึงมานั่งกลางป่าแบบนี้”
หนูน้อยยิ้ม เธอชี้ไปที่ตะกร้าปิกนิกนั้นแล้วบอกว่า “เราจะเอาไปให้ คุณยายเราที่ไม่สบาย ยายท่านอยู่ที่ชายป่าโน่นแน่ะ”
เจ้าชายน้อยพยักหน้ารับก่อนออกปากอาสา
“เดี๋ยวเราไปส่งให้ก็ได้ ขึ้นม้าของเราไปไวกว่าเดินไปนะ”
นัยน์ตาคู่สวยของหนูน้อยหมวกแดงมองไปรอบๆ เจ้าชายน้อยเห็นจึงแย้มสรวลขึ้นมา ทรงเป่าปากเรียกม้าตัวโปรดออกมาจากที่ไหนสักที่
“สีนวลมานี่เร็ว” เขาพูด แล้วในเวลาไม่นานนัก ม้ารูปร่างสง่างามก็ออกมา สีของมันออกจะนวลๆ สมกับชื่อ เจ้าชายขึ้นม้าแล้วกล่าวตรัสกับหนูน้อยหมวกแดง
“นี่คือม้าของเราชื่อว่าสีนวลอเนกประสงค์ ขึ้นมาสิ เราจะพาเธอไปส่งเอง” เจ้าชายน้อยยื่นมือนุ่มๆให้กับเด็กหญิง หนูน้อยหมวกแดงยิ้มชวนทำให้ละลายก่อนหยิบตะกร้า มองซากหมาป่าอย่างอาลัยสักพักก่อนส่งมือเปื้อนเลือดและขึ้นม้าไปหาเจ้าชาย
แต่ขณะที่ม้าควบไม่เกินสิบก้าวนั้น เด็กหญิงก็ได้หยิบมีดสปาต้าของเธอขึ้นมาทิ่มพรวดเข้าไปที่สันหลังของเจ้าชายเต็มแรงจนทะลุ ก่อนที่เธอจะกระชากมันกลับมา สีนวลตกใจใหญ่จึงพยศขึ้นมาเสียอย่างนั้น ร่างของเจ้าชายตกลงจากม้าท่ามกลางความตะลึงพรึงเพริศของเจ้าชายผู้อ่อนต่อโลก หนูน้อยหมวกแดงกระโดดลงจากม้าและปล่อยให้มันหนีไป
“คุณแม่บอกว่าอย่าฆ่าสัตว์ หนูน้อยหมวกแดงสงสารมัน” เธอคลี่ยิ้มสวยออก ปากแดงๆนั้นกล่าวต่อไป สายตาจับจ้องที่เครื่องทรงประดับเพชรพลอยและธนูทองคำนั้น
“เจ้าชายทรมานมากสินะ เดี๋ยวเราจะช่วยนะ แต่เราไม่อยากให้เจ้าชายร้องเสียงดังจังเลย” เธอยิ้ม กดคมมีดลงที่ริมฝีปากของเขาแล้วลากไปข้างๆช้าๆ ผ่านเงือกและกระพุ้งแก้มของเด็กหนุ่มแล้วมองดูเลือดสีแดงนั้นซึมออกมาช้าๆ.....ทุกอย่างช่างเป็นไปอย่างเชื่องช้า.....ทว่าเจ็บปวด...
“แม่บอกว่าพวกราชนิกูลเค้ามีเลือดสีน้ำเงิน แต่ทำไมเป็นสีแดงน๊า”
เธอยังไม่หายสงสัย ขึ้นคร่อมร่างเขาแล้วลากมีดผ่านบนใบหน้าขาวช้าๆ ก่อนที่จะพูดปลอบใจร่างที่ใกล้หมดลมของเขา
“เวลาของเรามีน้อยเต็มทีแล้ว แต่กับราคาของธนูทองคำ สร้อยแหวนต่างๆ สามารถทำให้เราใช้เงินจากการขายมันไปได้นานเลยทีเดียวล่ะ .... บ๊ายบายนะ เราคงต้องลาจากกันแล้ว”
สิ้นเสียงของเด็กหญิง คมมืดที่รอการลงมือก็ร่ายมนตร์ขลังที่จะทำให้เจ้าชายจดจำไปแม้จะตายในเวลาต่อมาก็ตาม - เธอทิ่มมันไปตรงลำคอของเขาสุดแรง เลือดไหลซึมออกมาเล็กน้อย แต่ยังไม่พอสำหรับเวลาที่ยังคงมีต่อได้อยู่ เด็กหญิงดึงมีดออกพร้อมเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมาเฉียดใบหน้าสวยของเธอไปไม่มาก ของเหลวสีแดงพรั่งพรูไปทั่ว....
“บ๊าย บาย.....”
มีดสุดท้ายปิดฉากแล้วอย่างสวยงาม มันกดลงไปบนตำแหน่งของหัวใจของเจ้าชายน้อยผู้อ่อนหัด เด็กหญิงฮัมเพลงเบาๆ ดูร่างเด็กชายพลางลุกขึ้น ปลดของมีค่าออกจากตัวเด็กชาย ไปวางไว้ข้างๆ แบกศพของเจ้าชายและหมาป่าที่อยู่ไม่ไกลนักไปยังแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกล
แรงควายของเธอทำได้…
หลังจากโยนศพของอดีตสิ่งมีชีวิตทั้งสองลงไปในน้ำ แม่น้ำใสก็กลับแดงฉาน เธอล้างหน้าล้างเนื้อตัวนั้นก่อนที่จะนำสมบัติที่ได้มาไปทำความสะอาด
“แม่ไม่ว่าหรอกมั้งที่เสื้อผ้าเปื้อนหมด แต่ไม่เป็นไร ยังไงมันก็สีแดงเหมือนกับเลือดนั่นแหละ” เธอพูดกับเงาของตนในแม่น้ำที่ร่องรอยเลือดจางลงทุกที....
เหลือบมองฟ้าเป็นสีส้มอุทัย เด็กหญิงยิ้มน้อยๆ - ตะวันใกล้ลับฟ้า เธอนำของทั้งหมดใส่ลงตะกร้าและคิดว่าจะนำไปฝากคุณยาย คุณยายต้องดีใจแน่ๆ - เด็กหญิงสวมหมวกฮู้ดสีแดงของเธออีกครั้งก่อนออกเดินทางสู้จุดหมายของเธอต่อไป....
-----------------------
จบแล้ว คอมเม้นต์ด้วยค่ะ
edit @ 2006/03/02 11:13:21
edit @ 2006/03/06 10:46:31